16/06/2021
“ถ้าไม่ทำการท่องเที่ยวโดยชุมชน เราจะไม่สามารถต้านกระแสทุนนิยมได้ ซึ่งเราไม่ได้คิดถึงเรื่องเงินเป็นที่ตั้ง เพราะนั่นไม่ใช่การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างแท้จริง เราจึงไม่เน้นปริมาณนักท่องเที่ยว แต่เน้นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ”
จังหวัดภูเก็ตถือเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งนอกจากจะมีหาดทรายขาว ทะเลสวย ที่ชวนให้หลงใหลแล้ว ยังมี “ชุมชนเมืองเก่าภูเก็ต” อีกจุดหมายที่จะสร้างความประทับใจไม่รู้ลืมให้แก่ผู้มาเยือนอีกด้วย ซึ่งในอดีตชุมชนนี้ได้ทำถนนคนเดินจนเป็นที่นิยม และนับเป็นถนนคนเดินแห่งแรกๆ ของไทยที่ชาวบ้านลงทุนลงแรง บริหารจัดการเอง และเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง แต่การทำการท่องเที่ยวในครั้งนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เพราะเกิดปัญหาว่าทำไมนักท่องเที่ยวมาเยอะ แต่ชุมชนกลับไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร?
จนพบว่าการทำการท่องเที่ยวกระแสหลักเพียงอย่างเดียว ทำให้เม็ดเงินส่วนใหญ่ที่เกิดจากการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวไปอยู่ที่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น ร้านอาหารขนาดใหญ่ หรือโรงแรม ส่งผลให้รายได้ไปไม่ถึงชุมชน ชาวชุมชนย่านเมืองเก่าภูเก็ต จึงพูดคุยระดมความคิดในการนำทรัพยากรที่มีอยู่ อย่างสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่แต่ยังคงความงดงาม มาชูเป็นจุดเด่นในการท่องเที่ยว และนำเสนอในรูปแบบ "การท่องเที่ยวโดยชุมชน" เพื่อให้เกิดการกระจายรายอย่างเท่าเทียม โดยมีอพท.และหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในพื้นที่และส่วนกลางมาช่วยหนุนเสริม
โดยชุมชนเริ่มเตรียมความพร้อมด้วยการขอคำแนะนำจากชุมชนที่มีศักยภาพในการทำท่องเที่ยว มาแบ่งปันความรู้และช่วยเสนอข้อคิดเห็น จนเกิดเป็นเครือข่ายชุมชนของจังหวัด ต่อมาพี่สมยศ ปาทานและชาวบ้านได้รวมกลุ่มกัน เพื่อพัฒนาคนให้พร้อมรับกับการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ และจัดทำเส้นทางการท่องเที่ยวให้น่าสนใจ โดยในช่วงแรกตลาดส่วนใหญ่เป็นการศึกษาดูงาน และต่อยอดสู่การจัดกิจกรรม FAM Trip
แต่นักท่องเที่ยวและบริษัทนำเที่ยวยังมีภาพจำ ว่าการเที่ยวชุมชนนั้นจะไม่ได้รับความสะดวกสบาย หรือมีราคาที่สูงไม่คุ้มค่ากับประสบการณ์ที่จะได้รับ ซึ่งชุมชนทำงานเชิงรุกมาโดยตลอด ทำให้เห็นว่าตลาดอยู่รอบตัวเรา จึงต้องเลือกตลาดที่ใช่ให้กับชุมชน และหันไปเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ โดยลบภาพจำเดิมๆ และพยายามนำเสนอแง่มุมใหม่ๆ ในการท่องเที่ยวอย่าง Local Experience หรือการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชน และพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ให้กิจกรรมมีความน่าสนใจยิ่งขึ้น โดยไม่ได้เลือกนำเสนอทุกอย่างในชุมชน แต่เลือกกิจกรรมที่เหมาะสมกับนักท่องเที่ยว เพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดกลับไป
นอกจากนี้ชุมชนได้ประเมินขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้มาเยือนได้รับการบริการอย่างทั่วถึง เกิดความพึงพอใจ และรู้สึกคุ้มค่าที่ได้มาเที่ยวชุมชน จนเกิดการบอกต่อและสร้างภาพจำใหม่ๆ รวมถึงมีความพร้อมในเรื่องของ Tourism for All หรือการท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะถึงแม้การตลาดจะดีอย่างไร แต่ถ้าไม่เอื้อต่อคนทุกเพศทุกวัย หรือบุคคลที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ การท่องเที่ยวโดยชุมชนที่มีมาตรฐาน ก็จะเติบโตได้ยาก
เหล่านี้ทำให้ชุมชนเมืองเก่าภูเก็ตสามารถเปิดรับตลาดกลุ่ม MICE และมีการทำท่องเที่ยวเชิงชายฝั่ง รวมถึงเริ่มจดทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์อีกด้วย และถึงแม้ช่วงนี้จะเกิดวิกฤตจากโควิด-19 แต่ ด้วยโครงสร้างของชุมชนที่เข้มแข็ง มีการจัดการที่ดี และมีความพร้อมอยู่เสมอ ทำให้ช่วงโควิดระลอกที่ผ่านมา แม้ชุมชนจะทำการท่องเที่ยวได้เพียง 4 เดือน แต่กลับมีรายรับร่วมหลักล้าน เพื่อใช้ในการบริหารจัดการ ปันผลและสร้างเป็นสาธารณประโยชน์ภายในชุมชนจะเห็นได้ว่าถึงแม้นักท่องเที่ยวจะลดลง แต่การเจาะตลาดนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ก็ทำให้ชุมชนก็จะมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น
“ที่ผ่านมาเราสู้มาโดยตลอด และไม่ได้ยึดเรื่องเงินเป็นที่ตั้ง เพราะไม่อย่างนั้นเราจะถูกครอบงำด้วยการท่องเที่ยวกระแสหลัก ซึ่งไม่ใช่การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างแท้จริง และหากเราไม่มาทำตรงนี้อาจจะมีคนนอกเข้ามาหาผลประโยชน์จากชุมชนของเราไปแล้วก็ได้ ซึ่งการท่องเที่ยวโดยชุมชนทำให้สังคมเมืองที่เคยต่างคนต่างอยู่ เกิดการรวมกลุ่ม มาร่วมกันคิด ช่วยกันพัฒนา โดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนนี้เอง ที่ถือเป็นปัจจัยความสำเร็จของชุมชนเรา”
#สัมผัสเสน่ห์ชุมชนสุขคนถิ่นฟินคนเที่ยว #เที่ยวชุมชนไปกับคนอพท