เพจ:ปุ๋ยอินทรีย์เคมีมูลค้างคาว 6-3-3 ออนไลน์

เพจ:ปุ๋ยอินทรีย์เคมีมูลค้างคาว 6-3-3 ออนไลน์ ปุ๋ยอินทรีย์มูลค้างคาว 6-3-3

🦇เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในพืชผัก/ไม้ดอก /พืชตระกูลล้มลุก 🦇👉ช่วงรองพื้นก่อนปลูกควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 ...
08/09/2023

🦇เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในพืชผัก/ไม้ดอก /พืชตระกูลล้มลุก 🦇
👉ช่วงรองพื้นก่อนปลูกควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 อัตรา 30-50 กก /ไร่ ช่วยปรับสภาพดินและเพิ่มธาตุอาหารในดิน
👉ช่วงเจริญเติบโต ตลอดอายุของพืชใส่ปุ๋ยอินทรีเคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 อัตรา 30-50 กก /ไร่/ครั้ง ช่วยเร่งต้นบำรุงต้นเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น ควรใช้ควบคู่กับฮอร์โมนพืช Growth1 อัตรา 20 - 30 cc ต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นในช่วงเร่งการเจริญเติบโต ช่วยเร่งการเจริญเติบ ใบใหญ่ ใบหนา ใบมัน น้ำหนักดี สีสวยสีเข้ม ขายได้ราคา
0985862564 อ้วนอินทรีย์ภัณฑ์

🚩สาระดีๆเรื่องธาตุอาหารพืชมาฝากมิตรรักแฟนเพจกันคะธาตุอาหารพืช เป็นเรื่องที่เกษตรกรมือใหม่หรือแม้กระทั่งมืออาชีพควรต้องเร...
21/04/2023

🚩สาระดีๆเรื่องธาตุอาหารพืชมาฝากมิตรรักแฟนเพจกันคะ

ธาตุอาหารพืช เป็นเรื่องที่เกษตรกรมือใหม่หรือแม้กระทั่งมืออาชีพควรต้องเรียนรู้ไว้เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพผลผลิตของตัวเอง

💢พืชต้องการธาตุอาหารเพื่ออะไร ?

👉ตอบแบบให้เข้าใจง่ายๆ คือ พืชต้องการธาตุอาหารเพื่อดำรงชีวิต และถ้าพืชขาดแคลนถึงระดับหนึ่งพืชจะมีอาการผิดปกติอันเป็น อาการที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งอาจแก้ไขโดยการให้ธาตุนั้นในรูปที่พืชใช้ประโยชน์ได้และ
ซึ่งถ้าพืชได้รับธาตุอาหารครบทุกธาตุแต่ละธาตุเพียงพอและสมดุลกัน
รวมทั้งมีปัจจัยอื่น ๆ ที่จำเป็นอย่างเหมาะสม ย่อมเจริญเติบโตตามปกติและให้ผลผลิตสูงตามศักยภาพของพืชนั้น โดยทั่วไปพืชต้องการธาตุอาหาร 17 ธาตุซึ่งมีการจำแนกได้ 2 วิธีคือ

1. จำแนกตามปริมาณความต้องการของพืช

ในการศึกษาด้านความอุดมสมบูรณ์ของดิน นิยมจำแนกธาตุอาหารเป็น 2 กลุ่ม ตามปริมาณความต้องการของพืชคือ

👉 มหาธาตุ และ จุลธาตุ

เรามาทำความเข้าใจกันทีละตัวนะ ค่อยๆไปจะได้ไม่งง มาเริ่มที่ตัวแรกคือ

➡️ มหธาตุ (macronutrient elements)

มหธาตุคือธาตุซึ่งพืชต้องการในปริมาณมาก (สูงกว่า 500 มก./กก.) จึงจะเพียงพอแก่การเจริญเติบโตซึ่งมี 9 ธาตุคือ

👉 คาร์บอน

👉 ออกซิเจน

👉 ไฮโดรเจน

👉 ไนโตรเจน

👉 ฟอสฟอรัส

👉 โพแทสเซียม

👉 แคลเซียม

👉 แมกนีเซียม และกำมะถัน

โดย 3 ธาตุแรกพืชได้จากอากาศและน้ำ ส่วน 6 ธาตุหลังพืชได้รับจากดิน ซึ่งแบ่ง 6 ธาตุนี้ได้เป็น 2 กลุ่มย่อยคือ

1) ธาตุหลัก (primary nutrient elements) มี 3 ธาตุคือ

👉 ไนโตรเจน

👉 ฟอสฟอรัส

👉 โพแทสเซียม

ซึ่งดินที่ใช้ในการเกษตรโดยทั่วไปมักขาดแคลนธาตุใดธาตุหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งธาตุเป็นเหตุให้มีการใช้ปุ๋ยเพื่อให้เพิ่มธาตุดังกล่าวในดิน จึงเรียกสามธาตุนี้ว่าธาตุปุ๋ย

2) ธาตุรอง (secondary nutrient elements) มี 3 ธาตุคือแคลเซียม แมกนีเซียม และกำมะถัน แม้ว่าสามธาตุนี้จะอยู่ในกลุ่มมหาธาตุแต่ความขาดแคลนในดินไม่ได้พบขาดเยอะเหมือนกรณีของธาตุหลักอย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีปัญหาการขาดธาตุรองในดินมากกว่าแต่ก่อน

มาดูที่ตัวต่อไปคือ จุลธาตุ

➡️ จุลธาตุ (micronutrient elements)

จุลธาตุ คือธาตุที่พืชต้องการในปริมาณน้อย (ต่ำกว่า 100 มก./กก.) มีอยู่ 8 ธาตุซึ่งพืชได้มาจากดิน คือ

👉 โบรอน

👉 คลอรีน

👉 ทองแดง

👉 แมงกานีส

👉 โมลิบดีนัม

👉 สังกะสี

👉 เหล็ก

👉 นิกเกิล

โดยธาตุหลักและธาตุรอง น่าจะคุ้นกันดีเพราะเป็นสิ่งที่เกษตรกรทั้งมือใหม่มือเก่าใช้กันอยู่แล้ว

ในโพสนี้จึงขออธิบายบทบาทและความสำคัญของจุลธาตุในการพัฒนาผลผลิตพืชให้อ่านกัน เพราะเป็นอีกหนึ่งตัวที่มีความสำคัญไม่แพ้ธาตุหลัก ธาตุรอง เลยทีเดียว

บทบาทของจุลธาตุแต่ละตัวมีดังนี้

👉 โบรอน (B) คือ ธาตุที่ทำหน้าที่ช่วยให้พืชสามารถดูดซึมแคลเซียมและไนโตรเจนได้ดียิ่งขึ้น มีส่วนช่วยในการออกดอกและการผสมเกสรของพืช นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนย้ายน้ำตาลมาสู่ผล การเคลื่อนย้ายฮอร์โมน และการแบ่งเซลล์ของพืชอีกด้วย

ในสภาวะขาดแคลน : มีการเจริญของตายอด การแตกกิ่งและการออกผลไม่สมบูรณ์ ลำต้นแคระแกร็น ลักษณะของใบจะอ่อนและบางลง

👉 ทองแดง (Cu) คือ หนึ่งในธาตุที่มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างคลอโรฟิลล์ เป็นหนึ่งในตัวเร่งปฏิกิริยาหรือตัวกระตุ้นในกระบวนการต่าง ๆ ของพืช เช่น กระบวนการหายใจ การทำงานของเอนไซม์ การสร้างอาหารและกระบวนการสืบพันธุ์ ซึ่งส่งผลต่อการผลิดอกออกผลของพืช ในสภาวะ

ขาดแคลน : มีการเจริญของตายอดและลำต้นไม่สมบูรณ์ มีการเปลี่ยนสีของใบอ่อนเป็นสีเหลือง เส้นใบเปลี่ยนสีเป็นสีชมพูขาวจาง ลักษณะใบเหี่ยวเฉาและร่วงโรยได้ง่าย

👉 เหล็ก (Fe) คือ หนึ่งในธาตุที่เป็นองค์ประกอบของโปรตีน ซึ่งมีส่วนช่วยในกระบวนการสังเคราะห์แสงและการผลิตอาหารของพืช มีบทบาทในการกระตุ้นกระบวนการหายใจ และการเจริญเติบโตให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ใน

สภาวะขาดแคลน : ใบอ่อนมีสีขาวหรือเหลืองซีด ในขณะที่ใบที่เจริญแล้วไม่แสดงอาการเจ็บป่วย

👉 แมงกานีส (Mn) คือ ธาตุอาหารที่มีส่วนช่วยในกระบวนการสังเคราะห์แสงและการทำงานของเอนไซม์ มีผลต่อการเจริญของใบ ดอกและการออกผล นอกจากนี้ แมงกานีสยังมีบทบาทในการควบคุมกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการนำธาตุเหล็กและไนโตรเจนมาใช้ประโยชน์อีกด้วย

ในสภาวะขาดแคลน : ใบอ่อนของพืชจะมีสีเหลืองและสีอ่อนจาง ในขณะที่เส้นใบยังคงมีเขียวสด ซึ่งส่งผลต่อการเหี่ยวเฉาและร่วงโรยของใบพืชในเวลาต่อมา

👉 โมลิบดินัม (Mo) คือ ธาตุอาหารที่มีส่วนช่วยแบคทีเรียและจุลินทรีย์ในดินสำหรับการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ ซึ่งส่งผลต่อการสังเคราะห์โปรตีนและการทำงานของไนโตรเจนในพืช อีกทั้ง ยังมีบทบาทในการสร้างคลอโรฟิลล์ และการเปลี่ยนรูปของสารประกอบฟอสฟอรัสอีกด้วย

ในสภาวะขาดแคลน : ใบของพืชจะมีลักษณะโค้งงอหรือม้วนลง มีสีเหลืองส้มและสีอ่อนจาง มีจุดประขึ้นตามแผ่นใบ มีดอกและผลแคระแกร็น จากการเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์

ความสำคัญของ จุลธาตุ ก็มีไม่น้อยไปกว่าธาตุอาหารหลัก อาหารรอง
ธาตุอาหารพืชทั้ง 17 ธาตุ มีความจำเป็นและสำคัญต่อพืชทัดเทียมกัน พืชขาดธาตุใดธาตุหนึ่งไม่ได้เพราะแต่ละธาตุจะมีหน้าที่เฉพาะเจาะจง และไม่สามารถจะให้ธาตุอื่นทำหน้าที่แทนกันได้ อย่างไรก็ตามการทำหน้าที่ของแต่ละธาตุที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต การให้ผลผลิตและคุณภาพของผลผลิตนั้นเป็นสิ่งที่ซับซ้อน ไม่ได้เกิดจากผลของธาตุใดธาตุหนึ่งเท่านั้น โดยธาตุอาหารพืชมีบทบาทต่อการเจริญเติบโตของพืชดังนี้

👉 บทบาทของธาตุอาหารต่อการเจริญเติบโต การเจริญเติบโตของพืชเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากผลรวมของการแบ่งเซลล์ และการขยายขนาดของเซลล์ที่ถูกควบคุมโดยลักษณะทางพันธุกรรม และสิ่งแวดล้อมภายนอก ได้แก่ แสง อุณหภูมิ ความชื้น และธาตุอาหาร การเจริญเติบโตจะเกิดขึ้นได้เมื่อมีการสร้างอาหารโดยมีธาตุอาหารพืชเป็นปัจจัยที่สำคัญ หลังจากที่รากพืชดูดธาตุอาหารเข้าไปแล้ว ก็จะเคลื่อนย้ายไปสู่ใบ เพื่อนำไปใช้ในการสร้างอาหารหรือที่เรียกว่า กระบวนการสังเคราะห์แสง โดยที่ธาตุต่างๆ

🦇เทคนิคการใช้ปุ๋ย และ ฮอร์โมนพืช ในอ้อย 🦇“ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 จำนวน 2 ครั้ง” ดังนี้ครั้งที่1 ระยะร...
23/03/2023

🦇เทคนิคการใช้ปุ๋ย และ ฮอร์โมนพืช ในอ้อย 🦇
“ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 จำนวน 2 ครั้ง” ดังนี้
ครั้งที่1 ระยะรองพื้นก่อนปลูก ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมี 6-3-3โรยในร่องแล้วกลบ อัตรา50-100 กก.ต่อไร่
ครั้งที่ 2 อ้อยระยะ 2-3 เดือน [ช่วงทำรุ่น] ใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3โรยข้างแถว อัตรา 50-100 กก. ต่อไร่
“ใช้ฮอร์โมนพืช Growth 1 จำนวน 3 ครั้ง” ดังนี้
ครั้งที่ 1 เมื่ออ้อยอายุประมาณ 25-30 วัน ฉีดฮอร์โมนพืช Growth 1 อัตรา 30-40 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร
ครั้งที่ 2 เมื่ออ้อยอายุประมาณ 55-60 วัน ฉีดฮอร์โมนพืช Growth 1 อัตรา 30-40 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร
ครั้งที่ 3 เมื่ออ้อยอายุประมาณ 85-90 วัน ฉีดฮอร์โมนพืช Growth1 อัตรา 30-40 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร

เครดิตภาพ ภารดี

🦇เทคนิคการใช้ปุ๋ยมูลค้างคาวกับแปลงยาสูบ 🦇🦇👉ช่วงรองพื้นก่อนปลูกควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 อัตรา 30-50 ก...
17/02/2023

🦇เทคนิคการใช้ปุ๋ยมูลค้างคาวกับแปลงยาสูบ 🦇🦇
👉ช่วงรองพื้นก่อนปลูกควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 อัตรา 30-50 กก /ไร่ ช่วยปรับสภาพดินและเพิ่มธาตุอาหารในดิน
👉ช่วงเจริญเติบโต ตลอดอายุของพืชใส่ปุ๋ยอินทรีเคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 อัตรา 30-50 กก /ไร่/ครั้ง ช่วยเร่งต้นบำรุงต้นเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น ควรใช้ควบคู่กับฮอร์โมนพืช Growth1 อัตรา 20 - 30 cc ต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นในช่วงเร่งการเจริญเติบโต ช่วยเร่งการเจริญเติบ ใบใหญ่ ใบหนา ใบมัน น้ำหนักดี สีสวยสีเข้ม ขายได้ราคา
.....0985862564. คุณอ้วน

🦇เทคนิคการใส่ปุ๋ยอินทรีภัณฑ์กับทุเรียน 🦇🦇👉ทุเรียนอายุ 1-2 ปี ใส่ปุ๋ยทางดินตราอินทรีภัณฑ์ สูตร 6-3-3 อัตรา 0.5 -1 กิโลกรั...
07/02/2023

🦇เทคนิคการใส่ปุ๋ยอินทรีภัณฑ์กับทุเรียน 🦇🦇

👉ทุเรียนอายุ 1-2 ปี ใส่ปุ๋ยทางดินตราอินทรีภัณฑ์ สูตร 6-3-3 อัตรา 0.5 -1 กิโลกรัมต่อต้น หว่านรอบทรงพุ่มทุกๆ 15-20 วัน ฉีดพ่นทางใบด้วยสารอาหารพืชโกร้ธ-วัน อัตรา 20 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุกๆ 7-10 วัน
👉ทุเรียนอายุ 3-4 ปี ใส่ปุ๋ยทางดินตราอินทรีภัณฑ์ สูตร 6-3-3 อัตรา 2-3 กิโลกรัมต่อต้น หว่านรอบทรงพุ่มทุกๆ 15-20 วัน ฉีดพ่นทางใบด้วยสารอาหารพืชโกร้ธ-วัน อัตรา 30 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุกๆ 7 วัน

โทร 0985862564 คุณอ้วน

💢โชว์ครับ โชว์ผลงาน     การใช้  #ปุ๋ยมูลค้างคาวอินทรีภัณฑ์633🌼🌼🌼ดอกดาวเหลืองสวยๆ🌼🌼🌼อวบๆๆ ใหญ่ๆๆเลยจร้า👉 #ปุ๋ยมูลค้างคาวอ...
03/02/2023

💢โชว์ครับ โชว์ผลงาน
การใช้ #ปุ๋ยมูลค้างคาวอินทรีภัณฑ์633
🌼🌼🌼ดอกดาวเหลืองสวยๆ
🌼🌼🌼อวบๆๆ ใหญ่ๆๆเลยจร้า
👉 #ปุ๋ยมูลค้างคาวอินทรีย์ภัณฑ์633
มีส่วนผสมของซัลเฟอร์
ช่วยให้สีสันสดใสสวยงาม
คุณอ้วน 0985862564🥰

❤️  #มันสำปะหลัง  #เทคนิคการใช้ปุ๋ย และ ฮอร์โมนพืชในมันสำปะหลัง "ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมี ตราอินทรีย์ภัณฑ์  6-3-3 จำนวน 2 ครั...
25/01/2023

❤️ #มันสำปะหลัง

#เทคนิคการใช้ปุ๋ย และ ฮอร์โมนพืชในมันสำปะหลัง "ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมี ตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 จำนวน 2 ครั้ง” ดังนี้ ❤️

ครั้งที่1 ก่อนปลูกรองพื้นด้วย #ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 อัตรา 50 - 100 กก. ต่อไร่
ครั้งที่2 มันสำปะหลังอายุประมาณ 1-2 เดือน[ระยะทำรุ่น] ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 อัตรา 50 - 100 กก. ต่อไร่ 🌿
“ใช้ฮอร์โมนพืช จำนวน 3 ครั้ง” ดังนี้
ครั้งที่1 ก่อนนำท่อนพันธุ์มันสำปะหลังไปปลูกควรแช่ท่อนพันธุ์ด้วยฮอร์โมนพืช Growth1 อัตรา 20-30 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร 💖

ครั้งที่2 มันสำปะหลังอายุ15 - 20 วันควรฉีดพ่นด้วยฮอร์โมนพืช Growth1 อัตรา 30 - 40 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร 🌿

ครั้งที่3 มันสำปะหลังอายุ40 - 45 วันควรฉีดพ่นด้วยฮอร์โมนพืช Growth1 อัตรา 30 - 40 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร ❤️

🦇ถัวฝักยาว ถามว่ายาวมั้ยดูจากภาพกันได้เลยครับพี่น้อง 🍃🌱🌿☘️ผลงานการใช้ปุ๋ยมูลค้างคาว ตราอินทรีภัณฑ์633 #ใช้กับทุกพืช  #ใช...
21/01/2023

🦇ถัวฝักยาว ถามว่ายาวมั้ยดูจากภาพกันได้เลยครับพี่น้อง 🍃🌱🌿☘️
ผลงานการใช้ปุ๋ยมูลค้างคาว ตราอินทรีภัณฑ์633
#ใช้กับทุกพืช
#ใช้ได้กับทุกสภาพดิน
#เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน

🦇สรุปการใช้ปุ๋ย และ ฮอร์โมนพืชในข้าวโพด  🦇 “ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 จำนวน 3 ครั้ง” ดังนี้ครั้งที่ 1 ระ...
12/01/2023

🦇สรุปการใช้ปุ๋ย และ ฮอร์โมนพืชในข้าวโพด 🦇
“ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 จำนวน 3 ครั้ง” ดังนี้
ครั้งที่ 1 ระยะพร้อมปลูกใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 รองพื้นปลูกพร้อมเมล็ดพันธุ์อัตรา 25-30 กก ต่อไร่
ครั้งที่ 2 ข้าวโพดอายุ 25-30 วัน [ช่วงทำรุ่น] ใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 โรยตามแนวอัตรา 30-40 กกต่อไร่
ครั้งที่ 3 ข้าวโพดเริ่มแทงฝัก ใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3โรยตามแนว อัตรา 30-40 กกต่อไร่
“ใช้ฮอร์โมนพืช Growth 1 จำนวน 2 ครั้ง” ดังนี้
ครั้งที่ 1 ข้าวโพดอายุ 15 – 20 วัน ฉีดฮอร์โมนพืช Growth1 อัตรา 30-40 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร
ครั้งที่ 2 ข้าวโพดอายุ 40 – 45 วัน ฉีดฮอร์โมนพืช Growth1 อัตรา 30-40 cc ต่อน้ำ 20 ลิตร

โทร 0985862564 อ้วนครับ

🌴🌴เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในปาล์มน้ำมัน  🦇🦇🦇ปาล์มเริ่มปลูกใหม่จนถึงอายุ1ปี  ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์  6-3-3 อั...
09/01/2023

🌴🌴เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในปาล์มน้ำมัน 🦇🦇🦇
ปาล์มเริ่มปลูกใหม่จนถึงอายุ1ปี ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 อัตรา 0.5 กก /ต้น/ครั้ง โรยรอบๆ ทรงพุ่ม และควรฉีดฮอร์โมน Growth- 1 ร่วมด้วยในอัตรา 20 CC ต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดเข้าทางใบเดือนละ 1 ครั้ง ช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดินและเร่งต้นทำให้ปาล์มโตไว ใบใหญ่ ใบหนา ต้นสมบูรณ์
ปาล์มอายุ1 ปี จนถึงก่อนให้ผลผลิต ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 อัตรา 1 กก /ต้น/ครั้ง โรยรอบๆ ทรงพุ่ม และควรฉีดฮอร์โมน Growth- 1 ร่วมด้วยในอัตรา 20 CC ต่อน้ำ 20 ลิตรฉีดเข้าทางใบเดือนละ 1 ครั้งจะทำให้ใบปาล์มและต้นสมบูรณ์มาก
ในปาล์มที่ให้ผลผลิตแล้ว[ใส่ปุ๋ยปีละ 4 ครั้ง]
ทุก 3 เดือน ควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์เคมีตราอินทรีย์ภัณฑ์ 6-3-3 อัตรา 2.5-3 กก /ต้น/ครั้งโรยรอบๆ ทรงพุ่มจะทำให้ปาล์มได้ผลผลิตสูง น้ำหนักดี เปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง
เครดิตภาพ นพรัตน์ เพ็งจันทร์

🦇ผลงานการใช้ปุ๋ยมูลค้างคาว ตราอินทรีภัณฑ์ 6-3-3🦇🦇 #ปุ๋ยมูลค้างคาว633  #ปุ๋ยอินทรีภัณฑ์633 เครดิตภาพ ตองเพชรบ้านไร่
07/01/2023

🦇ผลงานการใช้ปุ๋ยมูลค้างคาว ตราอินทรีภัณฑ์ 6-3-3🦇🦇
#ปุ๋ยมูลค้างคาว633 #ปุ๋ยอินทรีภัณฑ์633

เครดิตภาพ ตองเพชรบ้านไร่

ที่อยู่

Bo Tham
62140

เบอร์โทรศัพท์

+66985862564

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เพจ:ปุ๋ยอินทรีย์เคมีมูลค้างคาว 6-3-3 ออนไลน์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์