22/10/2026
เด็กฝึกงานที่ไม่ยอมเงียบในห้องประชุม ใช้เวลา 29 ปีขึ้นเป็น CEO บริษัทเดียวกัน
ฤดูร้อนปี 1980 Ursula Burns เดินเข้า Xerox ในฐานะนักศึกษาฝึกงานด้านวิศวกรรมเครื่องกล
เธอไม่ได้มาจากครอบครัวนักธุรกิจ ไม่มีเครือข่ายผู้บริหารรอเปิดประตูให้ และยังไม่รู้ว่าจะทำงานอยู่ที่บริษัทแห่งนี้นานถึง 36 ปี
Burns เติบโตใน Baruch Houses โครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยบนฝั่ง Lower East Side ของแมนฮัตตัน เป็นลูกคนที่สองในจำนวนสามคนของ Olga Burns คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว
แม่ของเธอเปิดศูนย์รับเลี้ยงเด็กภายในบ้าน พร้อมรับงานรีดผ้าและทำความสะอาด เพื่อนำรายได้มาส่งลูกเข้าเรียนที่ Cathedral High School
ความเป็นอยู่ไม่ได้ทำให้ทางเลือกของเด็กหญิงคนนี้กว้างนัก แต่เธอทำได้ดีด้านคณิตศาสตร์ และพยายามหาว่าอาชีพใดจะช่วยให้ครอบครัวขยับเข้าสู่ชนชั้นกลางได้
ก่อนยุคอินเทอร์เน็ต Burns ไปค้นข้อมูลในห้องสมุดและพบว่างานวิศวกรรมมีรายได้มั่นคง เธอจึงเลือกเรียนวิศวกรรมเครื่องกล ทั้งที่เป็นคนแรกในครอบครัวซึ่งได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย
ปี 1980 เธอสำเร็จปริญญาตรีจาก Polytechnic Institute of New York ซึ่งปัจจุบันคือ NYU Tandon School of Engineering
NYU บันทึกว่า เมื่อเริ่มเรียน เธอไม่มีแม้แต่สไลด์รูลหรือเครื่องคิดเลขเป็นของตัวเอง
ปีเดียวกันนั้น Burns ได้เข้าโครงการฝึกงานวิศวกรรมของ Xerox ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มโอกาสให้นักศึกษาจากกลุ่มที่ยังมีตัวแทนน้อยในสายงาน และโครงการยังช่วยสนับสนุนค่าเรียนปริญญาโทบางส่วน
เธอเรียนต่อด้านวิศวกรรมเครื่องกลที่ Columbia University จบในปี 1981 แล้วกลับเข้าทำงานกับ Xerox แบบเต็มเวลา
ช่วงแรก Burns ทำงานด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการวางแผนอยู่หลายปี เส้นทางของเธอไม่ได้กระโดดจากเด็กฝึกงานเข้าสู่ห้องผู้บริหาร แต่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากการแก้ปัญหาทางวิศวกรรมไปสู่การนำทีม
อุปนิสัยประการหนึ่งซึ่งเกือบดูเหมือนความเสี่ยง กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ—เธอพูดตรงและตั้งคำถามในห้องประชุม แม้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าจะมีตำแหน่งสูงกว่า
ในบทสัมภาษณ์กับ Harvard Business Review เธอยอมรับว่า หลายครั้งตนเองพูดตรงเกินไป ใจร้อน หรือตัดสินใจผิด แต่เส้นทางของผู้บริหารไม่ได้เกิดจากการไม่เคยผิดพลาด หากเกิดจากการตัดสินใจที่ถูกต้องมากกว่าผิดและเรียนรู้จากผลลัพธ์
ปี 1990 Burns ได้รับข้อเสนอให้เป็นผู้ช่วยของ Wayland Hicks ผู้บริหารระดับสูงของ Xerox
ตำแหน่งนี้ไม่ได้เป็นการเลื่อนขั้นด้านวิศวกรรมแบบตรงไปตรงมา และในตอนแรกเธอก็สงสัยว่าทำไมจึงควรรับงานที่ดูห่างจากสายอาชีพเดิม
แต่บทบาทผู้ช่วยผู้บริหารทำให้เธอได้เห็นว่าองค์กรขนาดใหญ่ตัดสินใจอย่างไร ตั้งแต่การประชุมระดับสูงไปจนถึงวิธีที่ฝ่ายต่าง ๆ แปลยุทธศาสตร์ให้กลายเป็นงานจริง
ในปีถัดมา เธอได้รับเลือกให้เป็นผู้ช่วยของ Paul Allaire ประธานและซีอีโอของ Xerox
TIME เคยรายงานเหตุการณ์หนึ่งในปี 1990 เมื่อ Burns นั่งอยู่ในการประชุมเรื่องสวัสดิการพนักงานและตั้งคำถามต่อภาษาซับซ้อนที่ผู้บริหารใช้ ผลไม่ได้จบลงด้วยการถูกตำหนิ แต่ทำให้ที่ประชุมตระหนักว่า หากพนักงานไม่เข้าใจข้อความ นโยบายที่ออกมาก็อาจไม่เกิดผลตามต้องการ
การพูดตรงของเธอจึงไม่ใช่เพียงการแสดงความกล้า แต่มีประโยชน์ต่อการตัดสินใจขององค์กร
หลังจากนั้น Burns กลับไปบริหารงานสายปฏิบัติการ รับผิดชอบทั้งการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และห่วงโซ่อุปทาน
ปี 1999 เธอได้รับตำแหน่งรองประธานฝ่ายการผลิตทั่วโลก ปี 2000 ขึ้นเป็นรองประธานอาวุโสฝ่ายบริการเชิงกลยุทธ์ และปี 2007 ได้เป็นประธานบริษัท
เดือนกรกฎาคม 2009—หลังเริ่มงานฝึกงานมาแล้ว 29 ปี—Ursula Burns ขึ้นเป็น CEO ของ Xerox
เธอกลายเป็นผู้หญิงผิวดำคนแรกที่เป็นผู้นำบริษัทในกลุ่ม Fortune 500 และยังเป็นผู้หญิงคนแรกที่รับตำแหน่งซีอีโอต่อจากผู้หญิงด้วยกัน เมื่อ Anne Mulcahy ส่งต่อตำแหน่งให้เธอ
Burns ไม่ได้ขึ้นมารับบริษัทในช่วงที่ทุกอย่างง่าย Xerox กำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจเครื่องถ่ายเอกสารไปสู่โลกดิจิทัลและบริการข้อมูล
ไม่นานหลังรับตำแหน่ง เธอนำ Xerox ซื้อ Affiliated Computer Services มูลค่า 6.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทขณะนั้น เพื่อเร่งขยายธุรกิจบริการ
การตัดสินใจดังกล่าวช่วยเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ แต่ไม่ได้แก้ปัญหาทั้งหมด Xerox ยังเผชิญแรงกดดันจากเทคโนโลยีใหม่ นักลงทุนที่ต้องการเปลี่ยนทิศทาง และท้ายที่สุดบริษัทถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน
Burns ลงจากตำแหน่ง CEO ในปี 2016 และพ้นจากตำแหน่งประธานกรรมการในปี 2017
เรื่องของเธอจึงไม่ใช่นิทานที่จบเพียงประโยคว่า “เด็กยากจนกลายเป็นซีอีโอ” เพราะตำแหน่งสูงสุดไม่ได้ทำให้ความขัดแย้งหรือการตัดสินใจยาก ๆ หายไป
สิ่งที่ตรวจสอบได้คือ เด็กคนแรกของครอบครัวที่ได้เข้ามหาวิทยาลัย เริ่มงานจากโครงการฝึกงาน ทำงานในบริษัทเดิมเกือบสามทศวรรษก่อนถึงตำแหน่งสูงสุด และใช้โอกาสจากการศึกษา งานวิศวกรรม รวมถึงการยอมรับบทบาทที่อยู่นอกแผนเดิม เพื่อเรียนรู้ธุรกิจทั้งองค์กร
ถ้าคุณได้รับโอกาสที่ดูไม่ตรงกับเส้นทางเดิม คุณจะปฏิเสธเพราะมันไม่ใช่ตำแหน่งที่วางไว้ หรือรับมันเพื่อเข้าไปเห็นโลกอีกด้านหนึ่ง?
ติดตามเรื่องจริงของคนธรรมดา จุดเปลี่ยน และเบื้องหลังธุรกิจอเมริกาได้ที่ เพจericaek
แหล่งที่มา: NYU Tandon School of Engineering, Harvard Business Review (2021), The Conference Board, TIME (2003) และ EBSCO Biography
เครดิตภาพ: U.S. Government Printing Office, 2004 — Public Domain; จัดทำพาดหัวและกราฟิกโดยเพจericaek
#เรื่องเล่าอเมริกา #คนสู้ชีวิต #เส้นทางอาชีพ